
- กินข้าวกล้องเป็นประจำทุกวัน
ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา เหมาะกับผู้ที่ต้องนั่งโต๊ะนานๆ
เพราะในข้าวกล้องมีวิตามินบีและอีสูง จึงช่วยเพิ่มพลังสมองในการทำงาน
แถมป้องกันโรคสมองเสื่อมในอนาคตได้ด้วย...ว้าว
- วิตามินบีหรือที่เรียกว่า ?สารให้ความกระปรี้เปร่า? มีอยู่ในข้าวซ้อมมือ
ขนมปังโฮลวีท จมูกข้าว ถั่ว เมล็ดทานตะวัน นม กล้วย ส้ม เป็นต้น
- วิตามินซีที่อยู่ในผักและผลไม้ เช่น
ฝรั่ง สตรอเบอร์รี่ น้ำส้มคั้น มะละกอ บร็อคโคลี กะหล่ำปลี ถั่วงอก ฯลฯ
มีส่วนสำคัญในการสร้างฮอร์โมนระงับความเครียดได้
- น้ำมันปลา Omega-3 ในเนื้อปลาแซลมอน ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ไขข้ออักเสบ
ช่วยลดอาการปวดรอบเดือนและระงับอาการซึมเศร้าเบื่อหน่ายจากการทำงานได้ด้วย
- ผักใบเขียวอย่างตำลึง คะน้า
เป็นอาหารกลุ่มโครินที่มีวิตามินบี ซึ่งช่วยเพิ่มความจำและสมาธิ
- ดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวันจะทำให้ร่างกายสดชื่น
สมองแจ่มใส ช่วยป้องกันอาการอ่อนเพลีย และตะคริว
ทั้งยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสได้แม้อยู่ในห้องแอร์
- แนะนำให้ดื่มน้ำกระเจี๊ยบหรือน้ำมะนาวในช่วงบ่ายที่กำลังง่วง
เพราะมีทั้งรสเปรี้ยวและหวาน มีวิตามินซีสูง แถมมีธาตุเหล็กอีกด้วย
สำหรับน้ำใบบัวบก จริงๆ แล้วเป็นยาบำรุงแก้อ่อนเพลีย ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย
เสริมสร้างความจำและช่วยให้สมองทำงานได้ดี
- ทานของหวานหลังอาหารกลางวันช่วยเพิ่มความรู้สึกสดชื่นได้ยาวนานขึ้น
การทานรสเปรี้ยวและหวานช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นในร่างกาย
ถ้าตอนบ่ายง่วงอาจกินผลไม้รสเปรี้ยว อย่างมะม่วงหรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต่างๆ
เพื่อเพิ่มความกระตือรือร้นได้
- ถ้าทำงานที่ต้องใช้สายตานานๆ
ต้องมีถั่วติดโต๊ะไว้ เพราะถั่วมีวิตามินบี2 บำรุงสายตาได้ดี
- ผู้หญิงช่วงมีรอบเดือน
ร่างกายจะขาดธาตุเหล็ก จนทำให้เหนื่อยง่าย หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ
แนะนำให้ทานวิตามินซีควบคู่ไปกับการรับประทานเหล็ก
จะเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น
- ชาเขียวช่วยทำให้ลมหายใจสดชื่นและช่วยให้สิ่งแวดล้อมรอบตัวสะอาดปลอดโปร่งขึ้น
เพราะถุงชาช่วยลดมลพิษภายในอาคาร
ซึ่งเป็นอาการป่วยที่มีสาเหตุมาจากการแพ้อากาศภายในอาคาร เช่น โรคภูมิแพ้
ผืนแดงตามร่างกาย เป็นต้น
- ไม่ควรรับประทานอาหารรสจัดในมื้อเช้า
เพราะตื่นเช้าขึ้นมาร่างกายยังอ่อนแอปรับตัวไม่ทัน
ยิ่งถ้าตอนเช้าคุณมีประชุมด้วยละก็อาจเดือดร้อนเพราะท้องเดินได้
- จริงๆ แล้ว
ผู้ที่ไม่มีเวลารับประทานอาหารเช้าหรือติดดื่มกาแฟ ควรดื่มน้ำผลไม้ 1 แก้ว แล้วค่อยดื่มกาแฟตาม
เพราะการดื่มกาแฟโดยที่ไม่มีอะไรรองท้องจะช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าได้ไม่นาน
หลังจากนั้นจะกลับมาง่วงเหมือนเดิม และไม่ควรดื่มกาแฟเกิน 3 แก้วต่อวัน
และอย่าลืมว่าครีมกับน้ำตาลทำให้อ้วนได้
- ทางที่ดีหลีกเลี่ยงชาและกาแฟ
โดยเฉพาะในช่วงเย็นถึงกลางคืน เพราะอาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ
ส่งผลให้สมองพักผ่อนไม่เพียงพอ ผู้ที่ดื่มชา กาแฟ และสุรา
เป็นประจำจะทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้น้อยกว่าที่ควร
- สำหรับมื้อเที่ยงควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มและมันจัด
เพราะอาหารที่มีไขมันเยอะจะเกิดการสะสม ส่งผลให้ร่างกายเคลื่อนไหวช้า
และก่อให้เกิดอาการหดหู่ ขาดความคล่องตัว
- เป็นความเชื่อผิดๆ
ที่ว่ากินข้าวเหนียวจะทำให้ง่วง ในความเป็นจริง
ข้าวเหนียวย่อยยากและใช้พลังงานสูงในการย่อย
จนทำให้ร่างกายอ่อนเพลียหลังจากกินไปสักพักต่างหาก